ความรู้สำหรับประชาชน
ถุงน้ำของรังไข่ใช่เนื้องอกหรือเปล่า(ovarian cyst)


รายละเอียด

รังไข่เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ในอุ้งเชิงกรานอยู่ 2 ข้างซ้ายขวาของมดลูก มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศสตรีและทำให้เกิดมีไข่ตกสลับกันเดือนละ 1 ข้าง โดยการสร้างถุงไข่ที่บรรจุไข่อยู่ภายใน ถุงไข่ที่จะตกไข่จะค่อยๆ โตขึ้นจนประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซ.ม. ก็แตกออก น้ำในถุงไข่ไหลออกมาพร้อมกับพาไข่ในถุงออกมาด้วย แล้วไข่ก็ถูกท่อนำไข่จับเข้าไปในท่อ

ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้นไข่ก็มีโอกาสจะผสมกับอสุจิเป็นตัวอ่อนเคลื่อนไปฝังตัวที่มดลูก ถุงไข่ที่แตกและไข่หลุดออกไปแล้วจะเปลี่ยนสภาพเป็นคอร์ปัสลูเตี่ยม (Corpus luteum) มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพื่อให้เยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว คอร์ปัสลูเตียม อาจมีลักษณะเป็นถุงน้ำ หรือเป็นเนื้อสีเหลือง และมักจะหายไปเมื่อถึงรอบเดือนถัดไป

แล้วถุงน้ำรังไข่หมายถึงอะไร

ถุงน้ำรังไข่อาจเกิดจากการทำงานของรังไข่ หรืออาจเกิดจากโรคที่รังไข่ก็ได้

ถ้าเกิดจากการทำงานแปรปรวนของรังไข่ อาจเป็นถุงไข่ที่ไข่ไม่ตกแล้วค้างอยู่นานกว่าปกติ หรือเป็นถุงคอร์ปัสลูเตียมที่อยู่นานกว่าปกติ อาจมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 ซ.ม. แต่น้อยรายจะถึงขนาด 5-6 ซ.ม. แต่มันจะหายไปเอง ภายใน 1-2 เดือนหลังจากพบ เป็นถุงน้ำรังไข่ที่มักพบบ่อยที่สุด

ถ้าถุงน้ำรังไข่ไม่ได้เกิดจากการคลาดเคลื่อนการทำงานของรังไข่ ก็เกิดได้จากโรค 2 อย่างคือ

1. เนื้องอกของรังไข่ ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง (เป็นส่วนมาก) หรือเป็นมะเร็ง(เป็นส่วนน้อย)

2. เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ หรือรู้จักกันในนาม ถุงน้ำช็อกโกแลต ข้างในถุงเป็นเลือดที่สะสมกันอยู่จนเป็นสีน้ำตาลข้นเหมือนช็อกโกแลต เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นและมีเลือดออกขังอยู่เป็นเวลานานๆ มักเกิดร่วมกับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในอุ้งเชิงกรานตำแหน่งอื่น ๆ ซึ่งมักมีอาการปวดประจำเดือนร่วมด้วย

อาการของถุงน้ำรังไข่

ถุงน้ำรังไข่ส่วนใหญ่จะเป็นถุงเล็ก ๆ (ไม่เกิน 3-4 ซ.ม.) มักไม่มีอาการอะไรและมักจะหายไปเอง ไม่ใช่เนื้องอกเกิดจากการทำงานแปรปรวนของรังไข่ แต่ถ้ามีอาการบิดที่ขั้ว ถุงแตกหรือมีเลือดออกก็จะทำให้มีอาการปวด ลักษณะปวดเสียด ปวดบิด หรือปวดถ่วงได้ อาจทำให้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

ถ้าถุงน้ำมีขนาดโต ก็อาจจะคลำก้อนได้ในท้อง หรืออาการที่มันเบียดกดอวัยวะอื่น ๆ เช่น ปวดท้องน้อย ถ่ายปัสสาวะบ่อย หรือ ถ่ายอุจจาระลำบาก เป็นต้น ถุงน้ำรังไข่ที่เป็นมะเร็งในระยะแรกๆ ก็อาจไม่มีอาการอะไรเช่นเดียวกัน จะมีอาการเมื่อเป็นมาก คือก้อนโตขึ้นเร็ว มีนำในท้อง(ท้องมาน)เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

การวินิจฉัยโรคที่ทำให้เกิดถุงน้ำรังไข่
ถุงน้ำรังไข่โดยส่วนใหญ่ ตรวจพบจากการตรวจเช็คร่างกายโดยการตรวจภายในธรรมดา และเมื่อตรวจร่างกายแล้วแพทย์ก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมดูลักษณะว่าถุงน้ำนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร น่าจะเกิดจากโรคอะไร การตรวจเพิ่มเติมที่มักทำกัน ได้แก่

1. การตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ เป็นการตรวจเพิ่มเติมที่ทำได้ง่าย ราคาไม่แพงและให้ข้อมูลที่ดี

2. การทำการเจาะท้องส่องกล้องตรวจ ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นลักษณะของถุงน้ำรังไข่ได้โดยตรง วิธีนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัด

3. การเจาะเลือดดูสารเคมีบางอย่างเพื่อตรวจเบื้องต้นว่าน่าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่

4. การทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ MRI จะได้ข้อมูลชัดเจนกว่าการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ มักทำในรายที่ตรวจวิธีอื่นไม่ชัดเจนก่อนจะให้การรักษา เพราะราคาแพง

การรักษาโรคถุงน้ำรังไข่

ถ้าถุงน้ำไม่โตมาก และไม่มีอาการอะไร แพทย์อาจจะให้ติดตามดูอาการ 1-2 เดือน ถุงน้ำนั้นอาจหายไปเองได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องรักษาอะไร เพราะเป็นจากการทำงานของรังไข่แปรปรวน ถ้าถุงน้ำใหญ่หรือมีอาการ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัด การผ่าตัดวิธีไหนและผ่าตัดมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย คือ

1. ขนาดและลักษณะของถุงน้ำรังไข่นั้น

2. อายุของผู้ป่วย

3. อาการที่มาพบแพทย์ว่าเป็นมากหรือไม่ เร่งด่วนหรือไม่

4. ความต้องการมีบุตรของผู้ป่วยในอนาคต การผ่าตัดอาจเป็นการเลาะเอาถุงน้ำออกเหลือเนื้อดีของรังไข่ไว้ หรือตัดรังไข่ข้างนั้นออกเลย หรือต้องตัดออกหมดทั้งสองข้าง รวมทั้งตัดมดลูกจะต้องทำแบบไหนไม่สามารถบอกได้ 100% นอกจากหลังจากผ่าตัดเข้าไปแล้วเห็นว่าลักษณะถุงเนื้อเป็นอย่างไร
ปัจจุบันมักใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องส่องช่องท้องก่อน ถ้าค่อนข้างแน่ใจว่าไม่ใช่มะเร็ง

สรุป ถุง Cyst รังไข่ส่วนใหญ่แล้วจะพบขนาดไม่โต พบได้บ่อยขณะวัยเจริญพันธุ์ และมักเป็นชนิดเกิดจากรังไข่ทำงานแปรปรวน แต่เมื่อตรวจพบแล้วก็ไม่ควรวางใจและควรต้องตรวจว่ามันหายไปภายใน 1-2 เดือน หรือ ตรวจเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือไม่ได้เป็นเนื้องอก (โดยเฉพาะมะเร็ง )

ผู้เขียน :: พล.ต.รศ.นพ.ธีรศักดิ์ ธำรงธีระกุล
2007-09-18




การผ่าตัดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่โดยผ่านกล้องส่องช่องท้อง


รายละเอียด

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หมายถึง การที่มีเซลล์เหมือนเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งจะเลี้ยงตัวอ่อนเวลาตั้งครรภ์หรือหลุดออกมากับเลือดเวลามีประจำเดือน เมื่อมันไปขึ้นผิดที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกายบริเวณนั้นทำให้มีอาการเหมือนอักเสบคือ ปวด

นอกจากนี้ มันมีการเปลี่ยนแปลงมีเลือดออกทุกเดือนเมื่อถึงเวลาเวลามีประจำเดือนเลือดจะแทรกตัวขังอยู่ในอวัยวะที่มันเกาะทำให้เป็น cyst เกิดขึ้นที่เรียกว่า chocolate cyst มักเกิดในรังไข่แต่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จะเกิดที่อื่นก็ได้ เช่น เมื่อเกิดขึ้นในเนื้อมดลูกเองอาจจะทำให้มีอาการปวดรุนแรงมาก และทำให้มดลูกโต และประจำเดือนมามากผิดปกติได้ ปกติถ้าแก้ไขอาการปวดมักจะใช้วิธีการรักษาทางยาได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหามีบุตรยากและต้องการมีบุตร การรักษาทางยามักจะขัดขวางการตกไข่และการตั้งครรภ์

นอกจากนี้ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เองทำให้ก่อปัญหาเรื่องมีบุตรยากขึ้นมาได้เช่นการก่อให้เกิดพังผืดและการมีก้อนที่ มดลูก ความเครียดจากการปวดท้อง และการตกไข่ไม่ปกติ จึงมีความจำเป็นที่จะใช้วิธีการผ่าตัดมาช่วย

การผ่าตัดที่ดี คือ ต้องเอาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ออกให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มีปฏิกิริยาต่อต้านการตั้งครรภ์และป้องกันการเกิดซ้ำขึ้นมาอีก และสามารถทำได้โดยการผ่าตัดผ่านกล้องส่องช่องท้อง จากประสบการณ์การรักษาโดยวิธีผ่าตัดผ่านกล้องฯพบว่าทำให้ผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์ได้มากกว่า 50% และลดอาการปวดได้มากกว่า 80% (ขึ้นกับความรุนแรงของโรค) วิธีนี้ตรงกับแนวความคิดของสูตินรีแพทย์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

การฟื้นตัวหลังผ่าตัด

ปกติคนไข้จะฟื้นตัวหลังผ่าตัดผ่านกล้องฯ เร็วมาก สามารถเข้าห้องน้ำเองได้ภายใน 12 ชั่วโมง แต่เรามักจะให้อยู่โรงพยาบาล 24 ชั่วโมง เพื่อสังเกตอาการว่าไม่เจ็บมาก ท้องไม่อืด รับประทานอาหารได้ดี ปัสสาวะสะดวกและไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ

ภาวะแทรกซ้อน

อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในกรณีที่เป็นโรครุนแรงมาก ๆ คือการบาดเจ็บที่ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เกิดขึ้นน้อยและเกิดขึ้นได้กับการผ่าตัดทั่วไป ผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะลำบากและท้องอืดในวันแรกๆ หลังผ่าตัด

ผู้เขียน :: พล.ต.รศ.นพ.ธีรศักดิ์ ธำรงธีระกุล
2007-09-18


........................ในปัจจุบัน...การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย โดยสามารถนำมาใช้ในการผ่าตัดเพื่อดูแลรักษา ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคทางนรีเวชได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นต้นว่า

โรคเนื้องอกที่บริเวณมดลูก
โรคเนื้องอกที่บริเวณรังไข่ เช่น ซีสที่รังไข่ ฯลฯ
ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
การตั้งครรภ์นอกมดลูก
ภาวะพังผืดในช่องท้อง
ทำหมัน

........................นอกจากนี้...ยังสามารถนำมาใช้เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างแน่ชัด เช่น ภาวะปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

อาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

ขนาดแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบผ่าตัดหน้าท้องเนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเพียง 0.5 ซม. เมื่อเทียบกับขนาดของแผลผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งมีขนาดยาวมากกว่า 10 ซม. เป็นอย่างน้อย

สามารถผ่าตัดเอารอยโรคและพยาธิสภาพในช่องท้อง เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ออกได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เพราะการผ่าตัดผ่านกล้องจะใช้เลนส์ขยายภาพทำให้สามารถเห็นรอยโรคที่มีขนาดเล็กได้ชัดเจนมากขึ้น

การเกิดพังผืดในช่องท้องจากแผลผ่าตัดเกิดน้อยมาก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า

ภาวะไข้หลังผ่าตัดเกิดน้อยกว่า การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

ระยะเวลาการนอนพักฟื้นในรพ. ใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

ระยะเวลาฟื้นตัวเพื่อกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติ พบว่าใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง


สนับสนุนข้อมูลโดย น.พ.ธิติกรณ์ วาณิชย์กุล

ชมรมนรีแพทย์ผ่าตัดผ่านกล้องแห่งประเทศไทย :: (Thai-sge.org) The Society of Thailand
อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ชั้น 8 ซ.ศูนย์วิจัย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 0-2716-57211-2 โทรสาร. 0-2716-5720
Email: tsge_tsge@hotmail.com